Friday, September 28, 2007


ลีโอนาร์โด ดาวินชี่

ในรหัสลับดาวินชี่… ลีโอนาร์โด ดาวินชี่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นประมุขของไพรออรี่ ออฟ ไซออน และทิ้งเงื่อนงำไว้เป็นรหัส ในภาพวาดของเขา เพื่อบอกถึงความสัมพันธ์ชู้สาวระหว่างพระเยซูกับมารีย์ “เดอะลาสต์ซัปเปอร์จึงมีเจตนาให้ผู้ชมภาพได้
เห็นว่า องค์เยซูกับแม็กดาลีนเป็นสามีภรรยากัน” (รหัสลับดาวินชี่ หน้า 285)

ความจริง…

ชีวประวัติของเขา “ความคิดของเขา (ดาวินชี่) นั้นมีลักษณะนอกรีตมาก จนเขาไม่ได้ยึดมั่น ในศาสนาใด ๆ โดยคิดว่า บางทีการเป็น นักปรัชญา อาจดีกว่าเป็นคริสเตียน” – ข้อเขียนของวาซารีในปี 1550 เขาเป็นผู้เขียน ประวัติดาวินชี่ขึ้นเป็น คนแรก

ภาพวาดที่มีชื่อเสียง – อาหารค่ำมื้อสุดท้าย แดน บราวน์ตีความว่า

คนที่อยู่ข้างขวาของพระเยซูนั้นไม่ใช่อัครสาวก ยอห์น แต่เป็น มารีย์ชาวมักดาลา และคิดว่านี่เป็น “หลักฐาน” ว่าพระเยซูมีความสัมพันธ์พิเศษกับมารีย์ แต่คงเป็น เรื่องน่าขำ ถ้าเราจะเอาภาพเขียน ของดาวินชี่ ซึ่งเกิดมาหลังจากพระเยซูถึง 1,452 ปี มาเป็นข้อมูลหักล้างบันทึกซึ่ง เขียนขึ้นในศตวรรษเดียวกับพระเยซู คงไม่ต่างจากการ เอาภาพวาดของศิลปินยุคปัจจุบันไปหักล้างศิลาจารึกของพ่อ ขุนรามคำแหง หรือถ้าให้เลือกระหว่างเพลงสึนามิของแอ๊ด คาราบาว ที่บอกว่า “ท้องฟ้ามืดมัว” กับคำบอกเล่าของผู้ประสบภัยที่บอกว่าวันนั้นท้องฟ้าไม่มีวี่แววพายุ คุณจะเชื่อใคร) ในเรื่องนี้บรูซ เบาเชอร์ แห่งสถาบันศิลปะแห่งชิคาโก อธิบายข้อเท็จจริงว่า “นักบุญยอห์นนั้นมักจะถูกวาดภาพว่าเป็นชายหนุ่มหน้าตางดงาม” สิ่งที่รหัสลับดาวินชี่ ไม่บอกคุณ ในคืนก่อนวันอีสเตอร์ ค.ศ. 1519 ลีโอนาร์โดได้เขียนพินัยกรรมให้จัดพิธีมิสซาขึ้นในโบสถ์สามแห่ง เขาตายในวันที่ 2 พฤษภาคม โดยได้ผ่านพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ของคริสตจักรซึ่งเขาเคยไม่เห็นด้วยกับคำสอนหลายประการอัน บ่งบอกว่าเขา มีลักษณะขัดแย้งในตัวเองจนวาระสุดท้าย

ก่อนชมรหัสลับระทึกโลก: บุคคล สิ่งของ และหนังสือที่เกี่ยวข้องในรหัสลับดาวินชี

คอนสแตนติน

จักรพรรดิโรมที่ยอมรับคริสต์ศาสนาเป็นศาสนาประจำจักรวรรดิในศตวรรษที่ 4 หลังจากที่อาณาจักรโรมได้ข่มเหงผู้เชื่อ ในพระเยซูมาตลอดสามศตวรรษ ในช่วงนั้นศิษย์ ใกล้ชิดของพระเยซูส่วนใหญ่ถูก ประหารชีวิตเพราะยืนยันความเชื่อศรัทธาในพระองค์

นอสติก

ลัทธิคำสอนเท็จในศตวรรษแรกซึ่งขัดแย้งกับคำสอนของคริสตจักร คริสตจักรยืนยันว่าพระเยซูเป็น พระเจ้าที่เสด็จลงมาเป็นมนุษย์ แต่ลัทธินอสติกไม่ยอมรับว่าพระเยซูเสด็จมาเป็นมนุษย์ เพราะเชื่อว่าพระเจ้าที่บริสุทธิ์ไม่สามารถเกลือกกลั้วกับกายเนื้อหนังของมนุษย์ และโลกวัตถุที่ชั่วร้ายได้ (การที่แดน บราวน์อ้างเอกสาร ของลัทธินอสติก จึงเป็นการอ้างแบบผิดที่ผิดทาง เพราะลัทธินอสติกไม่ได้ปฏิเสธ ความเป็นพระเจ้าของพระเยซู แต่ปฏิเสธความเป็นมนุษย์ของพระองค์)

พระกิตติคุณหรือพระวรสาร (กอสเพิล)

พระประวัติของพระเยซูซึ่งบันทึกโดยศิษย์ของพระองค์ ใน พระคัมภีร์มีอยู่สี่เล่ม คือ มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น

พระคริสตธรรมคัมภีร์ หรือพระคัมภีร์ไบเบิ้ล

คัมภีร์ของคริสต์ศาสนา ประกอบด้วยสองส่วนหลัก ๆ คือ ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament - หรือเรียกสั้น ๆ ว่าพระคัมภีร์เดิม) และภาคพันธสัญญาใหม่ (New Testament - พระคัมภีร์ ใหม่)

พระคัมภีร์เดิม


พระคัมภีร์ส่วนที่บันทึกเรื่องราวก่อนพระเยซูเสด็จมากล่าวถึงประวัติศาสตร์โบราณโดยเฉพาะชนชาติอิสราเอล ตลอดจนคำพยากรณ์ กล่าวถึงการเสด็จมาของพระเมสสิ ยาห์ ซึ่งก็คือพระเยซู พระคัมภี ร์เดิม ประกอบด้วยหนังสือ 39 เล่ม เขียนขึ้นในช่วง 3,450-2,400 ปีที่แล้ว ผู้เขียนพระคัมภีร์เดิมได้แก่ โมเสส กษัตริย์ดาวิด กษัตริย์ซาโลมอน และคนอื่น ๆ รวมแล้วกว่า 20 คน

พระคัมภีร์ใหม่

พระคัมภีร์ส่วนที่บันทึกเรื่องราวตั้งแต่พระเยซูเสด็จมาเป็นมนุษย์ กล่าวถึงพระประวัติของพระเยซู เหตุการณ์สำคัญของ คริสตจักรยุคแรก คำสอนของคริสตจักร และคำพยากรณ์ถึงช่วงเวลาสิ้นยุค พระคัมภีร์ ใหม่ ประกอบด้วยหนังสือ 27 เล่ม เขียนขึ้นในช่วง ค.ศ. 50-100 ผู้เขียนพระคัมภีร์ ใหม่ได้แก่ศิษย์ของพระเยซูอย่าง มัทธิว ยอห์น เปโตร และคนอื่น ๆ รวม 9 คน

อัครทูต – ศิษย์สิบสองคนที่ ใกล้ชิดพระเยซูมากกว่าศิษย์อื่น ๆ ในคืนก่อนที่พระเยซูจะถูกจับกุม พระองค์เสวยพระกระยาหารมื้อสุดท้าย กับศิษย์สิบสองคนนี้